กล้วยเป็นไม้ดอกล้มลุกขนาดใหญ่ ส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินทั้งหมดของกล้วยเจริญมาจากส่วนที่เรียกว่า "หัว" หรือ "เหง้า" โดยปกติแล้ว ต้นกล้วยจะมีความสูงและแข็งแรงพอสมควรเลยทีเดียว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นต้นไม้ ซึ่งจริงๆ แล้วส่วนที่ดูเหมือนลำต้นนั้นจริงแล้วก็คือ "ลำต้นเทียม" (pseudostem) ใบของกล้วยประกอบไปด้วย "ก้านใบ" (petiole) และแผ่นใบ (lamina) ฐานของก้านใบแผ่ออกเป็นกาบ กาบนี้จะรวมตัวกันอย่างหนาแน่นทำให้เกิดลักษณะของลำต้นเทียม มีหน้าที่ในการชูก้านใบ และพยุงให้กาบใบตั้งตรงดูคล้ายกับว่าเป็นต้นของกล้วย เมื่อแรกเริ่มกล้วยจะเจริญขอบของกาบจะจรดกันจนมีรูปร่างคล้ายท่อ เมื่อมีใบเจริญขึ้นใหม่ที่บริเวณใจกลางลำต้นเทียม ขอบกาบที่จรดกันนั้นก็จะแยกออกจากกัน พันธุ์กล้วยนั้นมีความผันแปรเป็นอย่างมากขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่ปลูกและสภาพแวดล้อม โดยมากกล้วยจะสูงประมาณ 5 เมตร จาก 'กล้วยหอมแคระ (Dwarf Cavendish)' ซึ่งสูงประมาณ 3 เมตร ไปจนถึง 'กล้วยหอมทอง (Gros Michel)' ที่สูงประมาณ 7 เมตร หรือมากกว่า ใบแรกเจริญจะขดเป็นเกลียวก่อนที่จะแผ่ออก อาจยาวได้ถึง 2.7 เมตร และกว้างได้ถึง 60 ซม. แผ่นใบจะมีขนาดใหญ่ ปลายใบมน รูปใบขอบขนาน โคนใบมน มีสีเขียว ใบฉีกขาดได้โดยง่ายจากลม ทำให้บางครั้งก็มองดูคล้ายใบเฟิร์น รากเป็นระบบรากฝอย แผ่ไปทางด้านกว้างมากกว่าทางแนวดิ่งเมื่อกล้วยเจริญเติบโตเต็มที่ หัวจะสร้างใบสุดท้ายที่เรียกว่า "ใบธง" จากนั้นจะหยุดสร้างใบใหม่ และเริ่มสร้างช่อดอก (inflorescence)
ลำต้นที่มีช่อดอกอ่อนบรรจุอยู่ จะพัฒนาขึ้นภายในลำต้นเทียม และในที่สุดก็จะโผล่ออกที่ด้านบนของลำต้นเทียม แต่ละลำต้นเทียมจะสร้างช่อดอกเพียงช่อเดียว ซึ่งเรียกว่า "ปลี (banana heart)" (บางครั้งมีกรณีพิเศษ เช่นกล้วยในประเทศฟิลิปปินส์สร้างปลีขึ้นมาห้าหัว) ช่อดอกประกอบด้วยกลุ่มของช่อดอกย่อยเป็นกลุ่มๆ มีใบประดับสีม่วงแดงหรือที่เรียกว่า "กาบปลี" (บางครั้งอาจมีการเข้าใจผิดเรียกเป็นกลีบดอก) ระหว่างแถวของช่อดอกย่อย ช่อดอกย่อยของแต่ละช่อมีดอกเรียงซ้อนกันอยู่ 2 แถว ดอกตัวเมีย (สามารถเจริญเป็นผลได้) จะอยู่ในช่อดอกย่อยที่บริเวณโคนปลีใกล้กับใบ ดอกตัวผู้จะอยู่ที่ปลายปลี หรือส่วนที่เรียกว่า "หัวปลี" รังไข่จะอยู่ต่ำกว่าซึ่งทำให้กลีบดอกขนาดเล็กและส่วนอื่นๆ ของดอกจะอยู่บริเวณปลายรังไข่ หลังจากที่ให้ผลแล้วลำต้นเทียมจะตายลง แต่หน่อหรือตะเกียงจะพัฒนาขึ้นจากตา (bud) ที่ส่วนหัว ทำให้กล้วยเป็นพืชหลายปี หากเกิดขึ้นหลายๆ หน่อพร้อมกันจะเรียกว่า "การแตกกอ" ในการเพาะปลูก จะยอมให้กล้วยเจิญเติบโตเพียงหน่อเดียวเท่านั้นเพื่อให้ง่ายต่อการจัดจัดการพื้นที่ปลูก
ผลกล้วยจะพัฒนามาจากดอกเพศเมีย กลุ่มดอกเพศเมีย 1 กลุ่ม เมื่อเจริญเป็นผลเรียกว่า "หวี (hands)" ซึ่งหวีหนึ่งหวีจะมีผลกล้วยอยู่ประมาณ 20 ผล กลุ่มหวีบนช่อดอกเจริญเป็น "เครือ (banana stem)" ซึ่งอาจมีได้ 3-20 หวี ผลของกล้วยมีการเจริญได้โดยที่ไม่ต้องมีการผสมพันธุ์ จึงทำให้กล้วยส่วนมากไม่มีเมล็ดผลกล้วยได้รับการเรียกขานว่าเป็น "leathery berry (ลูกเบอร์รี่ที่คล้ายแผ่นหนัง)" เนื่องจากมีชั้นป้องกันภายนอกหรือเปลือก ที่มีสายบางๆ ตามยาว ซึ่งมันก็คือ มัดท่อลำเลียงโฟลเอ็ม อยู่ในระหว่างเปลือกและส่วนที่รับประทานได้ภายในผล เนื้อกล้วยมีเนื้อนิ่มและสีเหลือง มีรสหวาน เมล็ดกล้วยมีลักษณะกลมๆ เล็กๆ บางพันธุ์ก็อาจมีขนาดใหญ่ เปลือกหนาแข็งสีดำ สำหรับในสายพันธุ์ที่นิยมปลูกจะมีเมล็ดกล้วยขนาดเล็กมาก หรือเกือบจะไม่มีเลย เหลือเป็นเพียงแค่จุดสีดำๆ เล็กๆ ภายในเนื้อกล้วยเท่านั้น

น้ําผลไม้ที่แนะนำ
- น้ำกล้วยหอมปั่น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น