วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

น้ำสับปะรดคั้น


          สวัสดีครับท่านผู้สนใจการทำน้ำผลไม้ทุกท่าน  ต่อจากครั้งที่แล้ว ที่ผมได้ดำเสนอ น้ำสับปะรดต้ม ซึ่งก็ได้สาธยายเรื่องนี้ต้องยืดยาว วันนี้เลยต้องมาต่อเรื่องของ น้ำสับปะรดคั้น ซึ่งตามที่ได้กล่าวถึงในครั้งที่แล้วว่า หลังจากรุ่นพี่ที่ทำงานขอให้ผมทำน้ำสับปะรส มาดื่มร่วมกันที่ทำงาน ผมจึงค้นหาในอินเตอร์เน็จจนไปเจอ น้ำสับปะรดคั้นเข้า วันนี้เลยขอนำเสนอ น้ำสับปะรดคั้น ครับผม งันผมขอกล่าวถึงเรื่อง สับปะรด สักหน่อยหนึ่งนะครับ สับปะรด เป็นผลไม้ที่กรดสูง เวลากินก็อย่ากินมากเกินไปนะครับเพราะในปากจะเปื่อยและเจ็บมากที่เดียว แต่มันก็มีประโยชน์อยู่มากที่เดียว คือมันมีวิตามินซีสูง มีแคลเซียม ช่วยย่อยอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย หากว่านำมาต้มก็จะลดกรดจากเนื่อสับปะรดได้มากเลยครับแถมอร่อยมากด้วยซิครับ เอาหละครับหลังจากเล่าเรื่องมาถึงตรงนี้แล้ว  ทุกท่านก็ตามผมมาดูวิธีการทำน้ำสับปะรดคั้นกันดีกว่าครับ พร้อมแล้วเริ่มกันเลยครับ



ส่วนผสม
   เนื้อสับปะรด
   น้ำเปล่า
   น้ำตาล
   เกลือป่น

วิธีทำ
          นำสับปะรดล้างให้สะอาด  ปอกเปลือกสับปะรด คั้นสับปะรดเอาแต่น้ำ เติมน้ำ  น้ำตาล เกลือ  ชิมรสตามชอบ

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

น้ำสับปะรดต้ม

          สวัสดีครับท่านผู้สนใจการทำน้ำผลไม้ทุกท่าน ในวันนี้ผมมีเรื่องกับพี่ที่ทำงานนิดหน่อย คือว่า พอดีวันนี้พี่ที่ทำงานผมได้สับปะรดมา  3 ลูก แล้วเขาดันเกิดความคิดจะให้ผมทำน้ำสับปะรดเพื่อนำมาดื่มกันที่ทำงาน โดยพี่สาวคนนี้เขาขันอาสาจะซื้อน้ำแข็งมาให้ แหมก็นำแข็งมันแค่ 5 บาท นี้หน่า ผมก็เลยลองหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตดู  ก็ดันไปเจอ น้ำสับปะรดคั้น เข้านะซิครับ แล้วเขาก็ดันบอกผมว่าไม่ต้องทำแบบนั้น แค่หันแล้วต้มตามสูตรที่ด้านล้างนี้ก็พอ ผมก็เลยได้โอกาสเขียนบทความนี้คื้นมาซิครับ  เอาหละครับก็มาเริ่มเรื่องกันเลย วันนี้จึงผมขอเสนอน้ำสับปะรดต้ม  สับปะรด เป็นผลไม้ที่กรดสูง เวลากินก็อย่ากินมากเกินไปนะครับเพราะในปากจะเปื่อยและเจ็บมากที่เดียว แต่มันก็มีประโยชน์อยู่มากที่เดียว คือมันมีวิตามินซีสูง มีแคลเซียม ช่วยย่อยอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย หากว่านำมาต้มก็จะลดกรดได้มากเลยครับแถมอร่อยมากด้วยซิครับ เอาหละครับหลังจากเล่าเรื่องมายืดยาว  ทุกท่านก็ตามผมมาดูวิธีการทำน้ำสับปะรดต้มกันดีกว่าครับ พร้อมแล้วเริ่มกันเลยครับ

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สับปะรด

           สับปะรดมีลักษณะเป็น ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 90-100 ซม. มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับซ้อนกันถี่มากโดยรอบต้น โดยมีความกว้างประมาณ 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร และไม่มีก้านใบ ดอก เป็นช่อออกจากกลางต้น ดอกย่อยมีจำนวนมาก ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีใบเป็นกระจุกที่บริวเวณปลายยอด
          สับปะรดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีความสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดียิ่ง และยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกด้วย เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นสามารถเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก และสับปะรดยังสามารถดัดแปลงเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย
          สับปะรดสามารถแบ่งออกตามลักษณะความเป็นอยู่ได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1) พวกที่มีระบบรากหาอาหารอยู่ในดิน หรือเรียกว่าไม้ดิน, 2) พวกอาศัยอยู่ตามคาคบไม้หรือลำต้นไม้ใหญ่ ได้แก่ ไม้อากาศต่าง ๆ ที่ไม่แย่งอาหารจากต้นไม้ที่มันเกาะอาศัยอยู่ พวกนี้ส่วนใหญ่จะนำมาเป็นไม้ประดับ, และ 3) พวกที่เจริญเติบโตบนผาหินหรือโขดหิน
          ส่วนสับปะรดที่เรานำมาบริโภคนั้น จัดเป็นไม้ดิน แต่ก็ยังมีลักษณะบางประการของไม้อากาศเอาด้วย คือ

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

น้ำมะขาม

   สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจการทำน้ำผมไม้ วันผมก็ขอเสนอน้ำผลไม้อีกเช่นเคย และวันนี้มันพิเศษกันซักหน่อยนะครับผม เพระวันนี้ผมจะเสนอน้ำผลไม้ในดวงใจผม " ก็ผมชอบมันมากที่สุดเลย " นั้นก็คือน้ำมะขาม ครับผม มะขามนี้มีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งบำรุงเลือด และช่วยในการขับถ่าย ท่าหากทุกท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของ มะขาม เราก็มีให้อ่านนะครับ อ้อเกือบลืมครับสาเหตุที่ผมชอบน้ำมะขามก็เพราะว่ามันมีรสเปรี่ว และมีรสหวานที่ได้จากน้ำตาลนะซิครับ ไอ้น้ำมะขามนี้ท้าดื่มครั้งแรกบางคนอาจจะรู้ศึกว่ารสชาติมันเหมืนน้ำมะขามเปียกที่ใส่กับแกงต่างๆ ของไทยเรานี้ว่า แต่ก็ชั่งมันเถอะ เพระมันมีประโยชน์มากทีเดียว และท้ากินไปสักพักก็จะไม่รู้สึกแบบนั้นอีก แต่ผมสงสัยว่ามีใครชอบรสชาติแบบนี้บ้างนะอยากรู้จริงๆ เลย อ๊ะมีคนสนใจอยากทำน้ำมะขามกันแล้วละซีิ ท่าอยากทำน้ำมะขามก็ตามผมมาเลยครับ ตอนนี้มาเริ่มที่ส่วนผสมกันเลย

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มะขาม

          มะขาม เป็นไม้เขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกาในแถบประเทศซูดาน ต่อมาได้มีการนำเข้ามายังประเทศในแถบเขตร้อนของเอเชีย และในประเทศแถบละตินอเมริกา และปัจจุบันมีมากในประเทศเม็กซิโก
          มะขามมีชื่อเรียกในภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ดังนี้ ภาคกลาง เรียกว่า ขาม ภาคใต้ เรียกว่า ตะลูบ โคราช เรียกว่า ม่วงโคล้ง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) เขมร และจังหวัดสุรินทร์ เรียกว่า อำเปียล ส่วนในภาษาอังกฤษเรียกว่า tamarind ซึ่งมาจากภาษาอาหรับ:تمر هندي (tamr hindī) แปลว่า Indian date
          มะขามยังเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า "เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง"
               มะขามเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นต้นจะมีลักษณะขรุขระและหนา มีสีน้ำตาลอ่อน ใบ เป็นใบประกอบ ใบเล็กออกตามกิ่งก้านใบออกเป็นคู่ ใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมีลักษณะมน ประกอบไปด้วยใบย่อย 10–15 คู่ แต่ละใบย่อยมีขนาดเล็ก กว้าง 2–5 มม. ยาว 1–2 ซม. ออกรวมกันเป็นช่อยาว 2–16 ซม. ดอก ออกบริเวณปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองมีจุดประสีแดงหรือม่วงแดง อยู่กลางดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาว 3-20 ซม. ฝักอ่อนจะมีเปลือกสีเขียวอมเทา และสีน้ำตาลเกรียม เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ฝักจะเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบแตกหักได้ง่าย มีสีน้ำตาล เนื้อในก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยว

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

น้ำกล้วยหอมปั่น

          สวัสดีครับทุกๆ ท่าน ที่ให้ความสนใจการทำน้ำผลไม้ ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกกันเลยทีเดียว  ที่ผมจะได้นำเสนอน้ำผลไม้ และในครั้งแรกนี้ผมก็ขอเสนอน้ำกล้วยหอมปั่นเป็นอย่างแรก นะครับทุกท่าน โดยมันจะมีส่วนผสมหลักก็คือ กล้วยหอม ก็ตามชื่อน้ำผลไม้ที่แนะนำนั่นละครับ ซึ่งกล้วยนี้ก็เป็นพื้ชที่อยู่คู่กับคนไทยเรามาแต่โบราณ กล้วยยังเป็นพืชที่มหัศจรรย์เพราะสามมารถใช้ประโยขน์ได้ทุกส่วน " มหัสจรรย์จริงๆ นะรองเข้าไปอ่านเรื่อง ของ กล้วยหอม ดูซิ " และก็ยังต้องใส่นมสด ด้วยอีกอย่างหนึ่ง " นมนี้ก็มีประโยชน์มากมายรองมาอ่านเรื่อง นม ดูซิจะรู้ว่ามันดีอย่างไรบ้าง " ตอนนี้ก็อธิบายมาพอสมควร ถ้าพร้อมกันแล้วเราก็มาเริ่มทำ น้ำกล้วยหอมปั่น กันเลยดีกว่าครับ

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กล้วยหอม

           กล้วยเป็นไม้ดอกล้มลุกขนาดใหญ่ ส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินทั้งหมดของกล้วยเจริญมาจากส่วนที่เรียกว่า "หัว" หรือ "เหง้า" โดยปกติแล้ว ต้นกล้วยจะมีความสูงและแข็งแรงพอสมควรเลยทีเดียว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นต้นไม้ ซึ่งจริงๆ แล้วส่วนที่ดูเหมือนลำต้นนั้นจริงแล้วก็คือ "ลำต้นเทียม" (pseudostem) ใบของกล้วยประกอบไปด้วย "ก้านใบ" (petiole) และแผ่นใบ (lamina) ฐานของก้านใบแผ่ออกเป็นกาบ กาบนี้จะรวมตัวกันอย่างหนาแน่นทำให้เกิดลักษณะของลำต้นเทียม มีหน้าที่ในการชูก้านใบ และพยุงให้กาบใบตั้งตรงดูคล้ายกับว่าเป็นต้นของกล้วย เมื่อแรกเริ่มกล้วยจะเจริญขอบของกาบจะจรดกันจนมีรูปร่างคล้ายท่อ เมื่อมีใบเจริญขึ้นใหม่ที่บริเวณใจกลางลำต้นเทียม ขอบกาบที่จรดกันนั้นก็จะแยกออกจากกัน พันธุ์กล้วยนั้นมีความผันแปรเป็นอย่างมากขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่ปลูกและสภาพแวดล้อม โดยมากกล้วยจะสูงประมาณ 5 เมตร  จาก 'กล้วยหอมแคระ (Dwarf Cavendish)' ซึ่งสูงประมาณ 3 เมตร ไปจนถึง 'กล้วยหอมทอง (Gros Michel)' ที่สูงประมาณ 7 เมตร หรือมากกว่า ใบแรกเจริญจะขดเป็นเกลียวก่อนที่จะแผ่ออก อาจยาวได้ถึง 2.7 เมตร และกว้างได้ถึง 60 ซม. แผ่นใบจะมีขนาดใหญ่ ปลายใบมน รูปใบขอบขนาน โคนใบมน มีสีเขียว ใบฉีกขาดได้โดยง่ายจากลม ทำให้บางครั้งก็มองดูคล้ายใบเฟิร์น รากเป็นระบบรากฝอย แผ่ไปทางด้านกว้างมากกว่าทางแนวดิ่ง
               เมื่อกล้วยเจริญเติบโตเต็มที่ หัวจะสร้างใบสุดท้ายที่เรียกว่า "ใบธง" จากนั้นจะหยุดสร้างใบใหม่ และเริ่มสร้างช่อดอก (inflorescence)