วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กระเจี๊ยบแดง

          กระเจี๊ยบแดง เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 1.5 - 3 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ใบมีหลายลักษณะด้วยกัน ขอบใบเรียบ บางก็มีรอยหยักเว้า 3 หยัก สีของดอกเป็นสีชมพู ตรงกลางดอกมีสีเข้มมากกว่าขอบนอกของกลีบ กลีบดอกร่วงโรยไป กลีบรองดอก และกลีบเลี้ยงก็จะเจริญเติบโตขึ้นอีกและจะลักษณะเป็นสีม่วงแดงเข้ม หุ้มเมล็ดเอาไว้อยู่ภายใน และมันยังเป็นพืชสมุนไพรอึกด้วย
          การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ดปลูก ซึ่งควรปลูกในหน้าฝน และพรวนดินก่อนปลูก การขุดหลุมปลูกควรใส่หลุมละ 2-3 เมล็ด ระยะห่างของหลุมอยู่ที่ประมาณ ½ - 1 เมตร เมื่อต้นอ่อนงอกออกมาแล้ว ควรถอนต้นที่อ่อนแอกว่าออกไปเอาต้นที่แข็งแรงไว้ รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย และกำจัดวัชพืชออกให้หมด
          กระเจี๊ยบแดงยังมีชื่อเรียกตามภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย เช่น ในภาคเหนือ จะเรียกว่า ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง และเงี้ยว,  ในแม่ฮ่องสอน จะเรียกว่า ส้มปู, ในจังหวัดตาก จะเรียกว่า ส้มตะแลงเครง, ในภาคกลาง จะเรียกว่า กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ยว เป็นต้น

น้ำมะตูม

          สวัสดีครับท่านผู้สนใจการทำน้ำผลไม้ทุกท่าน ในวันนี้เราจะมาใช้ผลไม้ที่ผ่านกระบวนการตากแห้ง หรืออบแห้ง ในการทำน้ำผลไม้กันนะครับ และในวันนี้จะขอใช้ มะตูมตากแห้งกันนะครับ ซึ่ง มะตูม  นี้เป็นไม้ผลยืนต้นพื้นเมืองในพื้นที่ป่าดิบ ลำต้นของ มะตูม มีความสูงประมาณ 18 เมตร มีหนามแหลมอยู่ทั่วไป ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยรูปไข่หรือรูปหอกมี 3 ใบ ดอกมีสีขาวหรือขาวอมเขียว มีกลิ่นหอม ผลมีเปลือกแข็งเรียบ มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-15 เซนติเมตร เนื้อผลมีลักษณะเหนียวข้น มีกลิ่นหอม และมีเมล็ดจำนวนมากแทรกอยู่ในเนื้อผล โดยเมล็ดจะมีขนหนาปกคลุม ผลอ่อนนำมาฝาน ตากแห้งนำไปต้มกับน้ำ จะเรียกว่า น้ำมะตูม และในวันนี้ผมก็ขอเสนอการทำ น้ำมะตูม  ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นที่ว่าจะขอใช้ มะตูมตากแห้งมาทำน้ำผลไม้กันนะครับ พร้อมแล้วเรามาเริ่มดูส่วนผสม และเริ่มทำ น้ำมะตูม กันเลยครับ

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มะตูม

          มะตูม มีชื่อในอังกฤษว่า Bael และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aegle marmelos ในประเทศไทยมีการเรียกชื่อของ มะตูม แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ดังนี้ ภาคเหนือเรียกว่า มะปิน, ภาคใต้เรียกว่า กะทันตาเถร ตูม และตุ่มตัง, ภาคอีสานเรียกว่า หมากตูม ในภาษาเขมรเรียกว่า พะโนงค์ ชาวกะเหรี่ยงเรียกว่า มะปีส่า
          มะตูม เป็นไม้ผลยืนต้นพื้นเมืองในพื้นที่ป่าดิบ มักเติบโตอยู่ในบริเวณบนเนินเขา ที่ราบในอินเดียตอนกลางและตอนใต้ และยังมีในพม่า ปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล เวียดนาม ลาว และกัมพูชา มีการนำมาเพาะปลูกทั่วไปในอินเดีย รวมทั้งในศรีลังกา แหลมมลายูตอนเหนือ เกาะชวา และฟิลิปปินส์ จัดเป็นพืชเพียงสปีชีส์เดียวที่อยู่ในจีนัส Aegle
          ลำต้นของ มะตูม มีความสูงประมาณ 18 เมตร มีหนามแหลมอยู่ทั่วไป ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยรูปไข่หรือรูปหอกมี 3 ใบ หากมองดูก็จะคล้ายกับตรีศูลของพระศิวะ ดอกมีสีขาวหรือขาวอมเขียว มีกลิ่นหอม ผลมีเปลือกแข็งเรียบ มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-15 เซนติเมตร บางผลมีเปลือกแข็งมากจนต้องกระเทาะเปลือกออกโดยใช้ค้อนทุบ เนื้อผลมีลักษณะเหนียวข้น มีกลิ่นหอม และมีเมล็ดจำนวนมากแทรกอยู่ในเนื้อผล

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

น้ำส้มคั้น

          สวัสดีครับผู้สนใจการทำน้ำผลไม้ทุกท่าน วันนี้เราจะมาคั้นน้ำผลไม้กันนะครับ วันนี้ก็เลยจะขอใช้ผลไม้ที่มีขายกันทั่วไป คือมีให้รับประทานตลอดทั้งปี และเป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานกันมากที่สุดด้วย นั่นก็คือ ส้ม ไงล่ะครับ ส้ม เป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว, เปรี้ยวอมหวาน ไปจนถึงหวาน ส้มมีน้ำมันหอมระเหยในใบ ดอก และผล ซึ่งจะมีกลิ่นฉุน ส้ม เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ มากมาย ที่เด่นที่สุดก็เห็นจะเป็นวิตามินซี ซึ่สูงมากกว่าผลไม้หลายชนิด (อันนี้ผมว่าทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว) และยังมีแคลเซียม โปแทสเซียม วิตามินเอ เบต้าแคโรทีนอีกด้วย ทำให้ในวันนี้ผมจึงขอเสนอ น้ำส้มคั้น กันนะครับผม ถ้าพร้อมแล้วเราก็มาดูวิธีทำ น้ำส้มคั้น และลองทำกันเลยดีกว่าครับ พร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย

ส้ม

          ส้ม เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ใบเป็นใบเลี้ยงคู่ สกุล Citrus วงศ์ Rutaceae มีด้วยกันหลายร้อยชนิด มีพันธุ์ต่าง ๆ อยู่ทั่วโลก โดยมากจะมีน้ำมันหอมระเหยในใบ ดอก และผล และมีกลิ่นฉุน ถ้านำใบขึ้นส่องกับแสงอาทิตย์จะเห็นจุดเล็กๆ มากมายเต็มไปหมด ซึ่งจุดเหล่านั้นก็คือแหล่งน้ำมันนั่นเอง ส้มในหลายชนิดรับประทานได้ ผลมีรสเปรี้ยวหรือหวาน มักมีส่วนประกอบ ดังนี้ แคลเซียม โปแทสเซียม วิตามินเอ และวิตามินซี มากเป็นพิเศษ หากผลไม้จำพวกนี้มีคำว่า มะ นำหน้า ต้องตัดคำว่า ส้ม ออก เช่น มะนาว มะกรูด
          อนุกรมวิธานของส้มนั้น มีความยุ่งยาก และสับสนมาช้านานแล้ว และยังเป็นที่ถกเถียงในการจำแนก

น้ำเชอรี่



          สวัสดีครับท่านผู้สนใจการทำน้ำผลไม้ทุกท่าน ในครั้งนี้ผมก็จะมานำเสนอน้ำผลไม้กันอีกแล้วนะครับ ซึ่งผลไม้ที่ใช้ก็จะเป็นผลไม้ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี นั่นก็คือ เชอรี่ ครับ
          เชอร์รี เป็นไม้พุมขนาดกลาง ชอบอากาศหนาวเย็น ใบเขียวเข้ม ดอกสีขาวอมชมพู ผลกลมขนาดเล็ก
          ต้นเชอร์รีสามาถ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
          - เชอร์รีหวาน
          - เชอร์รีหวานอมเปรี้ยว
          แหล่งที่ปลูกเชอร์รี่มากที่สุด คือ ทวีปอเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรป และญี่ปุ่น
          เชอร์รี่ที่นิยมนำผลมาบริโภคมากที่สุด คือเชอร์รีป่า
          เอาล่ะครับ วันนี้ผมขอเสนอ น้ำเชอรี่ กันนะครับ ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูส่วนผสม และวิธีทำ น้ำเชอรี่ กันเลย